|

ระเทศไทย--โดยเฉพาะกรุงเทพฯ
--ได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ที่มีจำนวน "ประชาเกย์"
มากติดอันดับโลก (หากจำไม่ผิด
เห็นจะได้เป็นอันดับสองรองจากอัมสเตอดัม). โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่า น่าจะมีเหตุมาจาก
ทัศนคติแนวรักสงบ ไม่ใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา อะลุ่มอล่วย
ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ ของคนไทย อันเนื่องมาแต่อิทธิพลของศาสนาพุทธ ๑
การเลี้ยงดูลูกแบบใกล้ชิดแม่มากกว่าพ่อ ๑
ลักษณะทางสถาบันครอบครัวที่เปลี่ยนไปตามการพัฒนาของสังคมยุคใหม่
กล่าวคือ มีอัตราการหย่าร้างสูงขึ้น
ลูกจึงได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อหรือแม่เพียงคนใดคนหนึ่ง (หรือแม้แต่พี่เลี้ยง
เพราะพ่อหรือแม่ไม่มีเวลา) ๑ ตลอดจนลักษณนิสัยโดยทั่ว
ๆ ไปของคนไทยส่วนใหญ่ ที่ขี้เล่น ชอบสนุก ไม่ใคร่จะจริงจัง
อันเนื่องมาแต่อิทธิพลของอากาศแบบเมืองร้อนอีก ๑. ทั้งนี้
ทัศนะที่ยกมาข้างต้นนั้น อาจจะไม่ถูกต้องนักตามหลักวิชาการหรือสถิติวิทยา
แต่ก็เป็นมุมมองที่ประเมินขึ้น จากสิ่งที่ผมรู้เห็นและเป็นมา.
พื้นฐานและอดีตชีวิตผมทำให้ผมเชื่อในทฤษฎีที่ว่า
การเป็นเกย์นั้นเกิดมาจากลักษณะที่คน ๆ หนึ่งได้รับการเลี้ยงดูมา
(Nurture) มากกว่าเรื่องของพันธุกรรมธรรมชาติสร้าง (Nature).
ใครจะถกเถียงกันอย่างไร ผมไม่ยี่หระ แต่ผมขอลงมติเห็นด้วยกับสำนัก Nurture
โดยลงสรุปจากประสบการณ์ส่วนตัว (อ่านข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มเติมได้ที่
Xq28 - Born to be GAY).
ไม่ว่าจะเป็นกะเทย, เกย์, ทอม, ตุ๊ด, ดี้, ชายแต่งหญิง, หรือหญิงแต่งชาย
รักร่วมเพศมีประวัติย้อนกลับไปถึงสมัยสยามโบราณ
ดังจะเห็นได้จากหลักฐานว่าด้วยการ "เล่นสวาท" (เลี้ยงเด็กชายเป็นลูกสวาท--นิยามโดย
พจนานุกรมสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕)
ในสมัยรัชกาลที่ ๓ และการบัญญัติสำนวน "เล่นเพื่อน"
(คบเพื่อนหญิงด้วยกันต่างชู้รัก--ราชบัณฑิตยสถาน) ขึ้นใช้ในสมัยรัชกาลที่ ๔
เพื่อปรามและดัดพฤติกรรมของสตรีชาววังทั้งนั้น.
มองย้อนกลับไปก็รู้สึกเศร้าและเสียดายแทนเกย์ในสมัยก่อน ที่ไม่ได้รับการยอมรับเท่าไรนัก. ทว่า
เมื่อมอง ณ จุดปัจจุบัน หลังจากที่ American Philological Association (APA)
ได้ตัดสินใจเลิกตราหน้าว่า รักร่วมเพศเป็นโรคจิตเภทแบบหนึ่งแล้ว
โลกก็ดูจะเข้าใจเกย์มากขึ้น. สังคมไทยเองก็มีการเปิดกว้างและยอมรับรับรู้ความเป็นจริงมากขึ้นในปัจจุบัน.
ในการนี้ ผมใคร่ขออ้างอิงทัศนะของ FloatingLotus.com ที่ว่า:
เมื่อมองดูให้ลึก ๆ แล้ว แม้สังคมไทยจัดเป็นสังคมแบบไม่เกลียดกลัวเกย์
(กล่าวโดยรวมทั้งเกย์ชายและหญิง--ผู้เรียบเรียง)
จนขึ้นสมองอย่างอีกหลายประเทศทั่วโลก. ทว่า
คนไทยหลายคนก็มีทัศนคติต่อต้านเกย์ในระดับที่แตกต่างกันไป.
เมื่อคนเหล่านั้นเผอิญได้เป็นเจ้าใหญ่นายโตขึ้นมา
ทัศนคติต่อต้านเกย์ของพวกเขาก็จะไม่เป็นเพียงทัศนคติอีกต่อไป
แต่จะกลายเป็นการลงมือปฏิบัติและต่อต้านอย่างจริงจังถึงขั้นนโยบาย (ดังที่
FloatingLotus.com ได้ติดตามนำเสนอไว้ที่หน้ารวมข่าวนี้).
งานการสำรวจสอบถามความคิดเห็นหลายชิ้นได้เผยให้เห็นว่า ประชาชนคนไทยทั่ว ๆ
ไปนั้นหาได้สนับสนุนอคติอันเนื่องด้วยการต่อต้านเกย์ไม่.
นักท่องเที่ยวชาวเกย์ต่างชาติ
(ที่เข้ามาชื่นชมและสัมผัสเสน่ห์ความงามของหนุ่มไทยนั้น)
ก็สามารถคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์เชิงบวกจากประเทศไทยได้
ตราบใดก็ตามที่พวกเขารับวัฒนธรรมไทยได้ไว มีความสุภาพ เคารพกฎหมายไทย
และประพฤติตัวอย่างมีเกียรติและวิจารณญาณ. (ที่มาดั้งเดิม)
เกย์เป็นสิ่งที่มีมานาน
แต่งานเขียนเกี่ยวกับวัฒนธรรม ที่ได้รับการขัดเกลาและใช้กันในหมู่แกย์ไทยนั้นยังปรากฏมีไม่มากนัก.
ผมจึงได้สร้างเว็บเผจนี้ขึ้น ด้วยจุดประสงค์คือ
หวังจะให้เกิดการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวัฒนธรรมในหมู่เกย์ไทยมากขึ้น
และเพื่อรวบรวมข้อเขียนดังกล่าวที่อยู่ในสมองผม
ที่ผมเคยเขียน-เรียบเรียงไว้ในอดีต
และที่อยู่กระจัดกระจายตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้รวมอยู่ในที่เดียวกัน. แรงบันดาลใจก็ง่าย ๆ ...
สนุกดีที่ได้ทำ:-) มาดูกันซิว่า
วัฒนธรรมเกย์ไทยที่ผมว่านั้น มีอะไรบ้าง
แล้วทำไมถึงสนุกน่าสนใจ.

|